แสงโพล้เพล้ที่ Wembley และเงาที่ทอดยาวเหนือลอนดอนเหนือ
ก่อนเสียงนกหวีดเริ่มเกมที่ Wembley จะดังขึ้น แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องผ่านโครงสร้างเหล็กกล้าของสนามเป็นสีส้มหม่นประดุจเหล็กที่เพิ่งถูกตีออกจากเตาหลอม มันเป็นแสงที่ไม่ได้ให้ความอบอุ่น แต่กลับทิ้งเงายาวเหยียดที่ดูเหมือนจะกดทับทุกชีวิตในสนาม Manchester City ตีตั๋วเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ FA Cup ด้วยชัยชนะเหนือ Southampton 2-0 ท่ามกลางกลิ่นหญ้าที่ถูกเหยียบย่ำและควันจางๆ จากพลุไฟที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศเย็นชื้น
ในขณะเดียวกันที่ Emirates Stadium ภายใต้แสงไฟนีออนที่สว่างจ้าจนดูไร้ชีวิต Arsenal เฉือนชนะ Newcastle 1-0 ทะยานขึ้นสู่จ่าฝูง Premier League ด้วยคะแนน 73 แต้มจากการลงสนาม 34 นัด ทิ้งให้ Manchester City ตามหลังอยู่ที่ 70 แต้มแต่แข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด ลมหายใจของทั้งสองทีมรดต้นคอกันในพื้นที่ที่คับแคบและกดดัน ประดุจเครื่องจักรในโรงงานเก่าที่กำลังทำงานเกินกำลังจนใกล้จะระเบิด
จังหวะการเต้นของหัวใจที่เปลี่ยนไปในโรงงานของ Pep
เมื่อสองสัปดาห์ก่อน Arsenal ยังคงดูเหมือนผู้คุมโชคชะตาที่ถือไพ่เหนือกว่า 9 แต้ม แม้แต่ในตลาดพนันอย่าง football line betting in Uganda ยังมองว่าทีมของ Mikel Arteta คือผู้ชนะที่ไร้คู่ต่อสู้ แต่ฟุตบอลก็เหมือนกับคราบน้ำมันบนถนนที่เปียกแฉะ—มันลื่นไถลและคาดเดาไม่ได้ Arsenal พลาดท่าพ่าย Bournemouth 2-1 ก่อนจะถูก Manchester City บดขยี้ในเกมตัดสินชะตาด้วยสกอร์เดียวกัน ตามมาด้วยการเก็บชัยชนะเหนือ Burnley และการถล่ม Chelsea 3-0








