บันทึกหน้าประวัติศาสตร์: เมื่อ Wilfried Nancy มาเพื่อ 'สร้างตำนาน' (แต่เป็นตำนานบทเรียนราคาแพง)
ถ้าจะพูดถึงความวุ่นวายในวงการฟุตบอลสก็อตแลนด์ ช่วงเวลา 33 วันของ Wilfried Nancy ในฐานะผู้จัดการทีม Celtic ระหว่างเดือนธันวาคม 2025 ถึงมกราคม 2026 คือกรณีศึกษาชั้นดีของคำว่า "พังพินาศอย่างเป็นระบบ" ตั้งแต่การสรรหาตัวที่ไม่ได้เรื่อง แทคติกที่ไม่เข้าพวก ไปจนถึงความไร้ประสิทธิภาพของบอร์ดบริหารที่ดูเหมือนจะลืมพกสติมาทำงาน
Wilfried Nancy เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2025 โดยหอบเอาดีกรีหรูหรามาจาก Columbus Crew ทั้งแชมป์ MLS Cup ปี 2023 และรางวัล MLS Coach of the Year ปี 2024 เรียกว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงนอกยุโรปที่ใครๆ ก็จับตามอง (ในตอนนั้นนะ)
จังหวะนรก: มรดกตกทอดที่มาพร้อมความซวย
แต่แหม... จังหวะการแต่งตั้งมันช่าง 'อำมหิต' เหลือเกิน เขาเข้ามารับงานกลางซีซั่นแล้วต้องเจอกับโปรแกรมมหาโหดทันที ทั้งเกมลีกกับจ่าฝูงอย่าง Hearts, ถ้วย Europa League กับ Roma และนัดชิงบอลถ้วยกับ St Mirren ผลปรากฏว่า Nancy ทำผลงานได้คงเส้นคงวามากครับ... คือ "แพ้รวด" ทุกนัด!
ผลงานของ Celtic ภายใต้กุนซือชาวฝรั่งเศสดิ่งเหวทันที เขาจารึกชื่อเป็นผู้จัดการทีมคนแรกของสโมสรที่แพ้รวดใน 2 นัดแรก และความซวยยังไม่หยุดแค่นั้น การแพ้ St Mirren 3-1 ในนัดชิง League Cup ตามด้วยความพ่ายแพ้ในลีกต่อเนื่อง ทำให้ Celtic สะกดคำว่าแพ้ติดต่อกัน 4 นัดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1978
สรุปผลงานสั้นๆ: คุม 8 นัด ชนะ 2 แพ้ 6 แถมไอ้ที่ชนะน่ะคือทีมระดับล่างทั้งนั้น แฟนบอล Celtic เริ่มหัวร้อนจนควันออกหู หลายคนบอกว่าเอาเวลาและเงินไป buy R6 credits แล้วนั่งเล่น Rainbow Six ยังมีความสุขกว่ามาทนดูบอลทรงไร้ใจที่ไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นภายใต้การนำของ Nancy
จุดแตกหักใน Glasgow Derby
ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลงในวันที่ 3 มกราคม 2026 ในศึก Glasgow Derby กับ Rangers ที่สนาม Celtic Park ทั้งที่ครองเกมเหนือกว่าและนำก่อนในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังทีมกลับพังทลายพ่ายไป 3-1 ประตูที่เสียไปแต่ละลูกน่ะเหรอ? อ่อนปวกเปียกแบบไม่น่าให้อภัย ซึ่งเป็นผลมาจากระบบการเล่นที่เสี่ยงเกินเหตุจนนักเตะเองก็ยังงงว่า "นี่ตูต้องวิ่งไปไหน?"
วันที่ 5 มกราคม หลังผ่านไปเพียง 33 วัน Nancy ก็โดนเด้งตามระเบียบ กลายเป็นกุนซือที่ตกเก้าอี้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร พร้อมสถิติเปอร์เซ็นต์ชนะที่น่าอนาถใจเพียง 25%
ทำไมบอร์ดบริหาร Celtic ถึงกล้าเสี่ยงขนาดนี้?
คำถามคือ Michael Nicholson (CEO) และ Dermot Desmond (ผู้ถือหุ้นใหญ่) คิดอะไรอยู่ตอนที่เลือก Nancy มาแทน Brendan Rodgers? คำตอบคือพวกเขาพยายามจะล้ำหน้าด้วยการมองหาปรัชญาฟุตบอลสมัยใหม่แบบเน้นครองบอล (Positional Play) ที่ Nancy เคยทำสำเร็จใน MLS
ความต่างระหว่าง MLS กับความกดดันในยุโรป
บอร์ดบริหารอยากจะโชว์เหนือด้วยการจ้างโค้ชสายก้าวหน้าเหมือนสโมสรในยุโรป โดยหวังว่าจะได้ของดีราคาถูกเหมือนตอนที่ได้ Ange Postecoglou มาแบบส้มหล่นในปี 2021 หลังจากที่โดน Eddie Howe แกงหม้อใหญ่
แต่ลืมไปอย่างหนึ่ง... Celtic ไม่ใช่โปรเจกต์ทดลองงานของเด็กฝึกงาน แต่มันคือสถาบันที่ขับเคลื่อนด้วยผลการแข่งขัน Nancy ไม่เคยคุมทีมในยุโรปมาก่อน ยิ่งต้องมาเจอกับการลุ้นแชมป์ที่แต้มเดียวก็เสียไม่ได้ บอร์ดบริหารประเมินความต่างทางวัฒนธรรมและการแข่งขันต่ำไปอย่างแรง
บทสรุปของความล้มเหลว
ระบบ 3-4-3 สุดซับซ้อนของ Nancy ที่ต้องอาศัยความเข้าใจสูง มันใช้ไม่ได้กับนักเตะที่มีอยู่ ผลคือเกมรับรั่วเป็นน้ำก๊อกและความสับสนกระจายไปทั่วสนาม สุดท้ายบอร์ดบริหารต้องรีบ "สั่งหยุดเลือด" ก่อนที่ทีมจะตายไปมากกว่านี้ โดยการเรียกตัว Martin O’Neill กุนซือขัดตาทัพที่เคยทำผลงานดี (ชนะ 7 จาก 8 นัด) ให้กลับมากู้ชีพทีมอีกครั้ง
รัชสมัย 33 วันของ Nancy จะถูกจดจำในฐานะเดือนที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของ Celtic และเป็นเครื่องเตือนใจว่า "ความล้ำหน้า" ที่ขาด "ความเข้าใจบริบท" มันก็คือ "ความหายนะ" ดีๆ นี่เอง
โปรดติดตามตอนต่อไป... เมื่อ Martin O’Neill ได้รับสัญญาณ SOS ให้กลับมายัง Paradise เพื่อกอบกู้ซีซั่นนี้!