บอลโลก 2026: สวรรค์ของนักเตะ, นรกของสิทธิ?
Amnesty ออกโรงเตือน! World Cup 2026 ที่อเมริกา, เม็กซิโก, และแคนาดา อาจกลายเป็นเวทีให้รัฐบาลเผด็จการโชว์พาว กดขี่สิทธิเสรีภาพซะงั้น! แทนที่จะเป็นงานกีฬาสุดยิ่งใหญ่ กลายเป็นมหกรรมละเมิดสิทธิมนุษยชนไปซะได้
รายงานฉบับใหม่ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่แฟนบอล, นักเตะ, นักข่าว, แรงงาน, และชุมชนท้องถิ่นอาจต้องเผชิญ งานนี้มีดราม่าแน่นอน!
อเมริกา: ด่านเถื่อนแดนเสรี?
Amnesty แอบกระซิบว่าภัยคุกคามที่น่ากลัวที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวคือ ICE (U.S. Immigration and Customs Enforcement) หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองจอมโหดของอเมริกา ที่พร้อมจะจับ, ขัง, และเนรเทศทุกคนที่ขวางหูขวางตา
แถมยังมีการจำกัดเสรีภาพในการแสดงออกและการประท้วงอย่างเข้มงวด งานนี้ใครคิดจะไปชูป้ายด่า Fifa หรือรัฐบาล อาจโดนอุ้มหายได้ง่ายๆ
ตัวเลขสุดช็อก: เนรเทศโหดกว่าดูบอล
Steve Cockburn หัวหน้าฝ่ายความยุติธรรมทางเศรษฐกิจและสังคมของ Amnesty แอบเหน็บว่า "รัฐบาลสหรัฐฯ เนรเทศผู้คนไปแล้วกว่า 500,000 คนในปี 2025 มากกว่าจำนวนคนที่ไปดูนัดชิงชนะเลิศ World Cup ที่ MetLife Stadium ถึง 6 เท่า!"
สถานการณ์ในอเมริกาน่าเป็นห่วงสุดๆ ใครอยากไปร่วมงาน World Cup อาจต้องทำใจไว้ก่อน
ICE: พระเอกหรือผู้ร้าย?
ถึงแม้หัวหน้า ICE จะออกมาบอกว่าหน่วยงานของตนเป็น "ส่วนสำคัญของระบบรักษาความปลอดภัยโดยรวมสำหรับ World Cup" แต่ Amnesty ก็ยังไม่ไว้ใจอยู่ดี
เพราะก่อนหน้านี้ ICE เคยยิงชาวอเมริกันตายไปแล้ว 2 คน แถม Donald Trump ยังส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางและกองกำลังพิทักษ์ชาติไปปราบปรามผู้ลี้ภัยในเมืองต่างๆ อีกด้วย
Fifa และรัฐบาล: ปากว่าตาขยิบ?
Amnesty แอบจิกกัดว่า "ทั้ง Fifa และรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่เคยให้การรับประกันใดๆ ว่าแฟนบอลและชุมชนท้องถิ่นจะปลอดภัยจากการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ, การบุกค้นโดยไม่เลือกหน้า, หรือการกักขังและเนรเทศโดยมิชอบด้วยกฎหมาย"
มีแค่ 4 เมืองเจ้าภาพเท่านั้นที่เผยแพร่แผนด้านสิทธิมนุษยชน และไม่มีเมืองไหนพูดถึงการคุ้มครองจากการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองที่โหดร้ายเลย
แคนาดาและเม็กซิโก: ปัญหาอื่นก็มีนะ
Amnesty ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาความรุนแรงจากแก๊งค้ายาในเม็กซิโก ที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ประท้วง และวิกฤตที่อยู่อาศัยในแคนาดา ที่อาจทำให้คนไร้บ้านถูกขับไล่ออกจากพื้นที่
งานนี้ World Cup ไม่ได้มีแค่เรื่องในสนาม แต่นอกสนามก็แซ่บไม่แพ้กัน!