21:47 น. Oklahoma City. ท้องฟ้าสีตะกั่วปกคลุมเมือง ลมกรรโชกแรงหอบเอาไอฝนจางๆ มาปะทะกระจกหน้าต่าง กลิ่นยางมะตอยเปียกชื้นลอยคลุ้งไปทั่วถนนที่เงียบเหงาเหมือนเมืองร้าง
โศกนาฏกรรมใต้แป้น
ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนิ้วก้อยขวาของ Jarred Vanderbilt มันสยดสยองเกินกว่าที่ฟิล์มภาพยนตร์เรื่องไหนจะกล้าฉายซ้ำ เราจะไม่เอาความเจ็บปวดนั้นมาวางบนโต๊ะให้คุณดู แต่แค่เห็นปฏิกิริยาจากม้านั่งสำรองของ Oklahoma City Thunder คุณก็รู้แล้วว่ามันคือ 'ความฉิบหาย' ในรูปแบบกายภาพ
หลังจบเสียงแตรสัญญาณ JJ Redick เฮดโค้ชของ LA Lakers ยืนยันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่ามันคือการหลุดออกจากข้อแบบสมบูรณ์ เขาเรียกมันว่า "freak injury" หรืออุบัติเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด Jeff Stotts จาก In Street Clothes วิเคราะห์ว่าหากเป็นแค่การหลุดปกติ เขาอาจจะกลับมาได้ทันที แต่ถ้ามีรอยร้าวของกระดูก หรือกระดูกทิ่มทะลุผิวหนังออกมา นั่นหมายความว่าแผนการปล้นชัยในซีรีส์นี้ของเขาอาจจบลงตรงนี้
วินาทีที่ความเงียบเข้าครอบงำ
เหตุการณ์เกิดขึ้นในครึ่งแรก Jarred Vanderbilt ทะยานขึ้นฟ้าเพื่อขัดขวางการทำแต้มแบบ alley-oop ของ Chet Holmgren จังหวะที่เขาเหวี่ยงแขนเพื่อสกัดกั้น นิ้วก้อยขวาของเขากลับไปปะทะกับแผ่นหลังแป้นอย่างจัง แรงปะทะนั้นส่งเขาร่วงลงสู่พื้นไม้ปาร์เกต์ ความเจ็บปวดแล่นพล่านจนเขาต้องกุมมือไว้แน่นท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องลงมา
ช่องโหว่ในกำแพงเหล็ก
Jarred Vanderbilt คือฟันเฟืองสำคัญใน 'สถาปัตยกรรมเกมรับ' ที่น่าอึดอัดของ LA Lakers ด้วยส่วนสูง 6 ฟุต 8 นิ้ว เขาสามารถตามประกบได้ทุกตำแหน่งเหมือนเงาตามตัว การขาดเขาไปในซีรีส์ที่ต้องเจอกับขุมกำลังที่ลึกและอันตรายอย่าง Oklahoma City Thunder คือความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้
แม้ในรอบแรกที่เจอกับ Houston Rockets เขาจะมีเวลาลงเล่นเฉลี่ยเพียง 13.4 นาที ทำไป 3.6 แต้ม และ 4.4 รีบาวด์ แถมยังถูกดองยาวในเกมที่ 6 เพราะข้อจำกัดด้านเกมบุกที่ทำให้ JJ Redick จัดวางหมากได้ยากลำบาก แต่ในแง่ของการทำลายจังหวะคู่แข่ง เขาคือมืออาชีพที่หาตัวจับยาก
ค่ำคืนนี้จบลงด้วยชัยชนะของเจ้าบ้าน Oklahoma City Thunder ที่ถล่มไป 108-90 ทิ้งให้ LA Lakers ต้องกลับไปเยียวยาบาดแผลในเงามืดต่อไป