เอ็นบีเอ

วิเคราะห์ New York Knicks พบ San Antonio Spurs: นิกส์ลุ้นย้ำแค้นเกมสองหลังประเดิมชัย NBA Finals

New York Knicks คว้าชัยชนะนัดที่ 12 ติดต่อกันในเพลย์ออฟหลังบุกชนะ San Antonio Spurs ในเกมแรกของ NBA Finals โดย Jalen Brunson ทำ 30 คะแนนช่วยทีมพลิกนรกจากที่ตามหลัง 14 แต้มกลับมาชนะได้อย่างเด็ดขาด

วิเคราะห์ New York Knicks พบ San Antonio Spurs: นิกส์ลุ้นย้ำแค้นเกมสองหลังประเดิมชัย NBA Finals

New York Knicks พิสูจน์ความแข็งแกร่งใน NBA Finals เกมแรก

New York Knicks (นิวยอร์ก นิกส์) สามารถลบคำสบประมาทเกี่ยวกับมาตรฐานของสายตะวันออกได้สำเร็จหลังจากพลิกกลับมาเอาชนะ San Antonio Spurs (ซานอันโตนิโอ สเปอร์ส) 105-95 ในเกมแรกของรอบชิงชนะเลิศ NBA Finals การคว้าชัยชนะครั้งนี้ทำให้นิกส์ขยับเข้าใกล้แชมป์ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1973 โดยต้องการอีกเพียง 3 เกมเท่านั้นเพื่อปิดซีรีส์นี้

ชัยชนะในเกมนี้ถือเป็นชัยชนะนัดที่ 12 ติดต่อกันในรอบเพลย์ออฟของ New York Knicks ซึ่งเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์โดยไม่แพ้ใครเลยตลอด 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ว่าก่อนหน้านี้หลายฝ่ายจะมองว่าการที่พวกเขาถล่มคู่แข่งในสายตะวันออกด้วยแต้มเฉลี่ยห่างถึง 23.8 คะแนนต่อเกมเป็นเพราะคู่แข่งที่อ่อนแอ แต่การบุกไปชนะสเปอร์สถึงถิ่นได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสมดุลของทีมอย่างแท้จริง

Jalen Brunson และความสมดุลของขุมกำลังนิกส์

Jalen Brunson (จาเลน บรันสัน) ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในเกมรุกโดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตหรือ Crunch Time ซึ่งเขาสามารถทำแต้มได้ถึง 30 คะแนนในเกมนี้ แม้ในช่วงครึ่งแรกเขาจะยิงพลาดไปถึง 13 จาก 18 ลูกแรก แต่บรันสันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีสัญชาตญาณแบบ Michael Jordan เมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ที่สี่ โดยทำไป 13 คะแนนจากการยิง 9 ครั้งในช่วงท้ายเกม

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของ New York Knicks ไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่ซูเปอร์สตาร์คนเดียว แต่เกิดจากระบบการเล่นที่สมดุลซึ่งทำให้นักบาสคนอื่นในทีมมีส่วนร่วมอย่างมาก Karl-Anthony Towns ทำไป 18 คะแนนพร้อมบทบาทสำคัญทั้งรุกและรับ ขณะที่ OG Anunoby ยิงสามแต้มสำคัญในช่วงควอเตอร์สุดท้ายช่วยให้ทีมรักษาระยะห่างไว้ได้ นอกจากนี้ยังมี Landry Shamet และ Mikal Bridges ที่ช่วยเติมเต็มคะแนนจากม้านั่งสำรอง

เกมรับที่หยุดยั้ง Victor Wembanyama

กลยุทธ์การป้องกันของ New York Knicks สามารถจำกัดประสิทธิภาพของ Victor Wembanyama (วิกเตอร์ เว็มบันยามา) ได้อย่างน่าทึ่งในครึ่งหลัง ทีมรับของนิกส์ซึ่งติดอันดับท็อป 5 ของลีกในช่วงสองเดือนล่าสุด แสดงให้เห็นถึงวินัยในการเล่นบาสที่เยี่ยมยอดโดยเสียแต้มเพียง 102.9 คะแนนต่อ 100 การครองบอลในรอบเพลย์ออฟนี้ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำมากสำหรับมาตรฐานบาสเกตบอลสมัยใหม่

Josh Hart (จอร์จ ฮาร์ท) กลายเป็นผู้เล่นที่สร้างผลกระทบต่อเกมอย่างมหาศาลแม้จะทำได้เพียง 3 คะแนน โดยเขาสร้างสถิติเป็นนักบาสคนที่สองในประวัติศาสตร์ต่อจาก Larry Bird ที่ทำได้อย่างน้อย 15 รีบาวด์ 6 แอสซิสต์ และ 4 สตีลในเกมรอบชิงชนะเลิศ ฮาร์ทซึ่งมีความสูงเพียง 6 ฟุต 5 นิ้ว สามารถรีบาวด์ได้มากกว่าเว็มบันยามาที่มีความสูงถึง 7 ฟุต 4 นิ้ว และทีมมีค่าคะแนนบวกถึง 22 แต้มในช่วงที่เขาอยู่ในสนาม

สถิติและโอกาสในการคว้าแชมป์

แม้ New York Knicks จะกุมความได้เปรียบจากการชนะเกมแรกในฐานะทีมเยือน แต่ประวัติศาสตร์ระบุว่าทีมที่ชนะเกมแรกในรอบชิงชนะเลิศมีโอกาสคว้าแชมป์เพียง 42% เท่านั้น จาก 19 ครั้งที่ผ่านมา มีถึง 11 ครั้งที่ทีมแพ้ในเกมแรกสามารถกลับมาแซงชนะในซีรีส์ได้ ดังนั้น San Antonio Spurs ยังคงมีโอกาสแก้ตัวในเกมถัดไปหากพวกเขาสามารถปรับจูนการยิงสามแต้มที่ย่ำแย่ในครึ่งหลังได้

Draymond Green เคยวิจารณ์ผ่านพอดแคสต์ของเขาว่า "คุณควรจะผ่านสายตะวันออกไปได้อยู่แล้ว เพราะมันคือสายตะวันออกบ้าๆ นั่นไง" แต่ข้อมูลระบุว่านิกส์มีอัตราต่อรองก่อนเริ่มเพลย์ออฟที่ +2200 ซึ่งถือเป็นทีมที่มีโอกาสแชมป์น้อยที่สุดในรอบ 40 ปีที่สามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้ การที่พวกเขาทำแต้มต่างรวม (Point Differential) ได้ถึง +281 จาก 15 เกมแรกในเพลย์ออฟ สูงกว่าทีมระดับตำนานอย่าง Golden State Warriors ปี 2017 หรือ Chicago Bulls ปี 1996 เป็นเครื่องยืนยันว่าทีมชุดนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าที่หลายคนคาดคิด

# เอ็นบีเอ# Jalen Brunson# Josh Hart# Karl-Anthony Towns# Knicks vs Spurs# Knicks vs Spurs NBA Finals# วิเคราะห์ก่อนเกม New York Knicks พบ San Antonio Spurs# Victor Wembanyama

กองบรรณาธิการ GoGoalHub

บทความนี้เขียนโดยใช้ AI ช่วย และตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ GoGoalHub
เข้ากลุ่มบอลโลก Telegram
ดูบอลสดที่ GoGoalStream