Russell Westbrook ประกาศอำลาวงการบาสเกตบอลอาชีพอย่างเป็นทางการ
Russell Westbrook การ์ดระดับตำนานและเจ้าของสถิติ Triple-double สูงสุดตลอดกาลของ NBA ประกาศยุติอาชีพนักบาสเกตบอลอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากโลดแล่นในลีกมาอย่างยาวนานถึง 18 ฤดูกาล โดยทิ้งผลงานในฐานะอดีตผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ปี 2017 และหนึ่งในผู้เล่นชุดฉลองครบรอบ 75 ปีของลีก
Westbrook เลือกสื่อสารการตัดสินใจผ่านโซเชียลมีเดียด้วยวิดีโอที่บรรยายโดย Michael B. Jordan นักแสดงชื่อดัง พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ระบุว่า "บางครั้งคุณไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังดูตอนจบอยู่... และตอนนี้มันจบลงแล้ว" ซึ่งเป็นการปิดฉากเส้นทางอาชีพที่เริ่มต้นจากการเป็นดราฟต์อันดับ 4 ในปี 2008 โดยทีม Seattle SuperSonics ก่อนที่ทีมจะย้ายไปเป็น Oklahoma City Thunder ในเวลาต่อมา
ทำไมสถิติ Triple-double ของ Westbrook ถึงเป็นประวัติศาสตร์?
Russell Westbrook อำลาสนามด้วยสถิติ 209 Triple-doubles ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ NBA โดยทิ้งห่าง Nikola Jokić ที่ตามมาเป็นอันดับสองด้วยจำนวน 198 ครั้ง นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของสถิติทำ Triple-double มากที่สุดในหนึ่งฤดูกาลที่ 42 ครั้ง เมื่อปี 2016-17 ซึ่งเป็นปีที่เขาคว้ารางวัล MVP มาครองได้สำเร็จ
ในแง่ของประสิทธิภาพเชิงปริมาณ Westbrook จบอาชีพด้วยการอยู่อันดับที่ 14 ในรายชื่อผู้ทำคะแนนสูงสุดตลอดกาล (27,176 คะแนน) และอันดับที่ 5 ในรายชื่อผู้ทำแอสซิสต์สูงสุดตลอดกาล (10,351 แอสซิสต์) ตลอดอาชีพเขาเคยสังกัดหลายสโมสรชั้นนำทั้ง Houston Rockets, Washington Wizards, Los Angeles Lakers, LA Clippers และ Denver Nuggets ก่อนจะลงเล่นฤดูกาลสุดท้ายกับ Sacramento Kings โดยทำเฉลี่ย 15.2 แต้ม และ 6.7 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 64 เกม
เกียรติประวัติและผลกระทบต่อเพดานเงินเดือนในอนาคต
นอกเหนือจากความสำเร็จใน NBA แล้ว Westbrook ยังเป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกปี 2012 ที่ลอนดอน และเป็นแชมป์ทำแต้มสูงสุดของลีก 2 สมัย การประกาศรีไทร์ครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดยุคสมัยของนักบาสเกตบอลที่เล่นด้วยความดุดันทางกายภาพสูงสุดคนหนึ่งของวงการ
Salary Cap Implication: การประกาศเลิกเล่นของ Westbrook ในช่วงเวลานี้ส่งผลบวกต่อโครงสร้างการเงินของ Sacramento Kings โดยทีมจะสามารถปลดภาระผูกพันในสัญญาที่เหลือออกไปได้ ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการหลีกเลี่ยงภาษีฟุ่มเฟือย (Luxury Tax) ในช่วงรอยต่อฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์ทางการเงิน 3 ปีข้างหน้า คาดว่าภาระภาษีฟุ่มเฟือยของทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์จะยังคงพุ่งสูงขึ้นเฉลี่ย 12-15% ต่อปี เนื่องจากการปรับเพิ่มขึ้นของเพดานเงินเดือนตามข้อตกลงลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฉบับใหม่