เมื่อหัวใจไม่ยอมแพ้ พายุหิมะจึงพัดถล่มเมืองเดนเวอร์
ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกึกก้องจนแสบแก้วหูใน Ball Arena ค่ำคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา Anthony Edwards และพลพรรค Minnesota Timberwolves ได้พิสูจน์ให้โลกเห็นว่า คำว่า 'ยอมแพ้' ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของพวกเขา
แม้จะถูกเจ้าถิ่นไล่ต้อนจนตกหลุมพรางลึกถึง 19 แต้มในช่วงต้นเกม แต่ Minnesota Timberwolves กลับรวมใจสู้ ฮึดตะเกียกตะกายขึ้นจากก้นบึ้งเพื่อบุกมาเอาชนะ Denver Nuggets ไปได้อย่างเหลือเชื่อ 119-114 ส่งผลให้ซีรีส์รอบเพลย์ออฟนี้กลับมาเสมอกันอย่างดุเดือด และกลายเป็นคู่ที่ขับเคี่ยวกันมันส์หยดที่สุดใน NBA ฤดูกาลนี้ ก่อนจะยกพลไปดวลกันต่อที่ Minneapolis
ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การตีเสมอ แต่มันคือการรักษาความหวังครั้งสำคัญ เพราะในประวัติศาสตร์ของแฟรนไชส์ที่เคยเข้าถึงรอบชิงแชมป์สายตะวันตกมาสองปีซ้อน พวกเขาไม่เคยพลิกนรกกลับมาเข้ารอบได้เลยหากตกเป็นฝ่ายตามหลัง 0-2 เกม
พายุที่โหมกระหน่ำ และการโต้กลับของฝูงหมาป่า
ในช่วงควอเตอร์แรก Denver Nuggets เกือบจะปิดบัญชีผู้มาเยือนได้สำเร็จ พวกเขาเปิดฉากถล่มด้วยสกอร์ 44-25 แสดงแสนยานุภาพที่เหนือกว่าทั้งรุกและรับ จน Minnesota Timberwolves ดูเหมือนจะถอดใจไปเสียแล้ว
แต่ทว่า จิตวิญญาณของหมาป่านั้นทรหดกว่าที่ใครจะคาดคิด พวกเขาค่อยๆ กัดไม่ปล่อยจนเกือบจะแซงนำได้ในช่วงพักครึ่ง หากไม่ใช่เพราะ Murray ร่ายมนต์ยิงลูกมหัศจรรย์จากระยะไกลสุดกู่ตรงโลโก้กลางสนามลงไปอย่างเหลือเชื่อก่อนสิ้นเสียงสัญญาณควอเตอร์สอง
ทางด้าน Nikola Jokic ที่ดูจะเครื่องติดช้าในช่วง 24 นาทีแรก กลับมาระเบิดฟอร์มในควอเตอร์ที่สามด้วยการกดคนเดียว 14 แต้มเพื่อประคอง Denver Nuggets ไว้ในเกมที่เริ่มทวีความเดือดาล แต่ถึงอย่างนั้น Minnesota Timberwolves ก็ยังคงตามจิกไม่ห่างราวกับเงาตามตัว
จุดเปลี่ยนที่เจ็บปวด และบทสรุปแห่งความพยายาม
ความพยายามของพวกเขามาสัมฤทธิ์ผลในช่วงท้ายควอเตอร์ที่สี่ จากจังหวะดังก์สุดทรงพลังของ Jaden McDaniels ตามด้วยเลย์อัพสวนกลับเร็วของ Donte DiVincenzo ซึ่งทั้งสองจังหวะเกิดขึ้นหลังจากที่ Nikola Jokic พลาดลูกยิงง่ายๆ ในเขตโทษอย่างน่าเสียดาย
มันคือช่วงเวลาที่บีบคั้นหัวใจแฟนเจ้าถิ่น เมื่อ Denver Nuggets ประสบปัญหาปืนฝืด ยิงฟิลด์โกลลงเพียงลูกเดียวในช่วงเวลาเกือบ 5 นาที จนกระทั่ง Aaron Gordon มาส่องสามแต้มช่วยให้ทีมไล่มาเหลือเพียงแต้มเดียวในช่วง 78 วินาทีสุดท้าย และ Nikola Jokic ก็ดังก์ข้ามหัว Rudy Gobert เพื่อยื้อชีวิตทีมไว้
อย่างไรก็ตาม ในจังหวะชี้เป็นชี้ตาย Murray มีโอกาสยิงเพื่อส่งเกมเข้าสู่ช่วงต่อเวลา แต่ลูกบาสกลับไม่เป็นใจ กระดอนออกมาเข้าทาง Donte DiVincenzo ที่หลุดไปดังก์ปิดกล่อง ย้ำชัยชนะ 5 แต้มไปได้อย่างเด็ดขาด
ในเกมนี้ Murray ทำไป 30 แต้ม 7 แอสซิสต์ และ 7 รีบาวด์ ถือเป็นการทำ 30 แต้มติดต่อกันสองนัด และเป็นครั้งที่ 21 ในอาชีพเพลย์ออฟของเขา ขณะที่ Nikola Jokic จบเกมด้วย 24 แต้ม 15 รีบาวด์ และ 8 แอสซิสต์ แต่จุดสลบคือทั้งคู่ยิงลงรวมกันเพียง 2 จาก 13 ครั้งในควอเตอร์สุดท้าย เปิดโอกาสให้ฝูงหมาป่าขย้ำจนจมเขี้ยว
ฮีโร่ของฝั่งผู้ชนะจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก Anthony Edwards ที่ระเบิดฟอร์ม 30 แต้ม 10 รีบาวด์ โดยมี Julius Randle ช่วยเสริมอีก 24 แต้ม 9 รีบาวด์ และ Donte DiVincenzo ที่ทำไป 16 แต้มในค่ำคืนที่แฟนบาสจะไม่มีวันลืม