Roger Federer ตำนานนักเทนนิสชาวสวิตเซอร์แลนด์ได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศ International Tennis Hall of Fame อย่างเป็นทางการที่เมือง Newport รัฐ Rhode Island โดยเขาระบุว่านี่คือหนึ่งในเกียรติประวัติสูงสุดในชีวิต
Roger Federer กับความสำเร็จในระดับแกรนด์สแลม
Roger Federer คว้าแชมป์แกรนด์สแลมประเภทชายเดี่ยวรวม 20 สมัยตลอดอาชีพการค้าแข้งที่เริ่มต้นในปี 1998 ความสำเร็จของเขาประกอบด้วยแชมป์ Wimbledon 8 สมัย ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของฝ่ายชาย ร่วมกับแชมป์ Australian Open 6 สมัย US Open 5 สมัย และ French Open อีก 1 สมัย
กล้ามเนื้อที่เคยตึงเครียดจากการแข่งขันถูกแทนที่ด้วยหยดน้ำตาในวัย 45 ปี ขณะที่เขากล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าตำนานอย่าง Billie Jean King และ John McEnroe แม้สถิติแชมป์ของเขาจะถูก Rafael Nadal (22 สมัย) และ Novak Djokovic (24 สมัย) แซงหน้าไปแล้ว แต่ผลงานของเขายังคงเป็นรากฐานสำคัญของยุคทองในวงการเทนนิส
เขายังเคยครองตำแหน่งมือวางอันดับ 1 ของโลกยาวนานถึง 310 สัปดาห์ ซึ่งเป็นสถิติโลกในขณะนั้นก่อนที่จะถูกทำลายโดย Djokovic ในเวลาต่อมา
สถิติเบื้องหลังผ้าคาดศีรษะและถุงเท้า 7,000 คู่
Roger Federer เปิดเผยรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่เขาใช้ตลอดระยะเวลา 24 ปีในทัวร์อาชีพ เขาเล่าถึงการเตรียมตัวที่ละเอียดอ่อนผ่านจำนวนสิ่งของที่เขาใช้สวมใส่ลงสนามแข่งขัน
"ผมกำลังพูดถึงตัวเลขที่วาดภาพให้เห็นภาพชัดเจน ระหว่างปี 1998 ที่ผมเริ่มเข้าสู่ ATP Tour จนถึงตอนเกษียณในปี 2022 ผมใช้ผ้าคาดศีรษะไปมากกว่า 5,000 ชิ้น" Federer กล่าวเสริมด้วยอารมณ์ขันว่านั่นมากกว่าจำนวนที่ Bjorn Borg และ John McEnroe ใช้รวมกันเสียอีก
เขายังระบุว่าได้ใช้ถุงเท้าไปกว่า 7,000 คู่ ซึ่งมากกว่าคู่แข่งทั่วไปถึงสองเท่าเนื่องจากเขามักจะสวมถุงเท้าซ้อนกันสองชั้นเพื่อรองรับแรงกระแทกจากการเคลื่อนที่ในสนาม
ความหมายของความสำเร็จในมุมมองของตำนาน
Roger Federer ยืนยันว่าชื่อเสียงไม่ใช่เป้าหมายหลักในการเล่นเทนนิสของเขา แต่คือการได้ใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่รักและผู้คนที่หลงใหลในสิ่งเดียวกัน
"พวกเขาเรียกสิ่งนี้ว่าหอเกียรติยศ (Hall of Fame) แต่ชื่อเสียงไม่ใช่เป้าหมายของผม เป้าหมายของผมคือการใช้ชีวิตทำในสิ่งที่ผมรัก ร่วมกับคนที่รักมันมากเท่ากับผม"
ในช่วงหนึ่งของพิธี เขาต้องเช็ดน้ำตาขณะขอบคุณ Mirka ภรรยาของเขา รวมถึง Stefan Edberg ไอดอลในวัยเด็ก และเด็กเก็บบอลทุกคนที่มีส่วนร่วมในแมตช์การแข่งขันของเขา
นอกจากแชมป์แกรนด์สแลมแล้ว Federer ยังมีเหรียญทองโอลิมปิกประเภทชายคู่ที่ปักกิ่งปี 2008 ซึ่งเขาเล่นร่วมกับ Stan Wawrinka และเหรียญเงินชายเดี่ยวที่ลอนดอนปี 2012 รวมถึงการพาทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์คว้าแชมป์ Davis Cup เป็นครั้งแรกในปี 2014
การเดินทางที่ยังไม่สิ้นสุดในโลกเทนนิส
Roger Federer กล่าวทิ้งท้ายว่าแม้บทบาทในฐานะนักกีฬาอาชีพจะจบลงแล้ว แต่ความผูกพันของเขากับกีฬาชนิดนี้จะยังคงดำเนินต่อไปในรูปแบบอื่น
"อย่างที่คุณเห็น ผมยังคงเขียนจดหมายรักถึงเทนนิสอยู่ เวลาของผมในฐานะผู้เล่นสิ้นสุดลงแล้ว แต่เทนนิสจะยังคงเป็นจุดตัดของทุกสิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุด ทั้งครอบครัว มิตรภาพ อดีต 40 ปีที่ผ่านมา และอนาคตที่เรากำลังสร้างขึ้น" เขากล่าวสรุปถึงความสำคัญของกีฬาที่มีต่อชีวิตของเขา