ทำไมนักเทนนิสอาชีพถึงยอมลงแข่งทั้งที่มีอาการบาดเจ็บ?
นักเทนนิสอาชีพจำนวนมากเลือกที่จะลงแข่งขันในรายการ US Open แม้จะมีอาการบาดเจ็บรุนแรงเนื่องจากความจำเป็นทางการเงินและภาระค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วในการทัวร์แข่งขัน Mackenzie McDonald นักเทนนิสชาวอเมริกันวัย 31 ปี เปิดเผยว่าเงินรางวัลจากการตกรอบแรกในรายการระดับ Grand Slam คือปัจจัยหลักที่ช่วยให้นักกีฬาในอันดับรองลงมาสามารถประคองอาชีพและจ่ายค่าจ้างให้ทีมงานได้
McDonald ซึ่งเคยขึ้นไปถึงอันดับ 50 ของโลกในปี 2019 ระบุว่านักกีฬาต้องเผชิญกับภาวะบีบคั้นระหว่างการรักษาความสมบูรณ์ของร่างกายกับการหาเงินเลี้ยงชีพ รายการ Grand Slam เปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนรายได้ของนักเทนนิสส่วนใหญ่ในทัวร์ หากไม่ได้ลงแข่งในรายการเหล่านี้ พวกเขาอาจไม่มีเงินเพียงพอสำหรับค่าเดินทางและค่าจ้างโค้ช
โครงสร้างรายได้และค่าใช้จ่ายที่นักกีฬาต้องแบกรับ
นักเทนนิสที่ตกรอบแรกในประเภทเดี่ยวของ US Open ปีนี้จะได้รับเงินรางวัลสูงถึง 140,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ดึงดูดให้นักกีฬาที่บาดเจ็บยอมเสี่ยงลงสนาม McDonald อธิบายว่าแม้ตัวเลขรายได้รวมจะดูสูง แต่เมื่อหักภาษีและค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว กำไรสุทธิที่เหลือกลับไม่ได้มากมายอย่างที่คิด
เขากล่าวว่า "ผมรู้จักผู้เล่นเก่งๆ หลายคนที่ตอนนี้บาดเจ็บหนัก แต่ผมรู้ว่าพวกเขาจะไปปรากฏตัวที่ US Open และลงสนามเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้เงิน เพราะพวกเขามีบิลที่ต้องจ่าย พวกเขาต้องการเช่าอพาร์ตเมนต์และต้องการจ่ายเงินให้ทีม ทั้งโค้ช นักกายภาพ และเทรนเนอร์"
ข้อมูลจาก McDonald ระบุว่านักเทนนิสอันดับ 250 ของโลกอาจมีรายได้ประมาณ 200,000 ดอลลาร์ต่อปี แต่ต้องแบกรับค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักเองทั้งหมด นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมามีผู้เล่นเพียง 88 คนเท่านั้นที่ทำเงินได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์ก่อนหักภาษีและค่าใช้จ่าย ซึ่งสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในวงการเทนนิสอาชีพ
ผลกระทบจากการบาดเจ็บต่ออันดับโลกและสวัสดิการ
การบาดเจ็บในกีฬาเทนนิสส่งผลกระทบสองเด้ง คือการขาดรายได้ทันทีและการลดลงของอันดับโลกซึ่งจะจำกัดโอกาสในการเข้าแข่งขันรายการใหญ่ในอนาคต McDonald เคยมีประสบการณ์ตรงเมื่อเขาต้องพักยาวเกือบทั้งฤดูกาลในปี 2019 จากอาการบาดเจ็บแฮมสตริงที่ French Open ทำให้เขาต้องติดอยู่ในวงจรที่ยากลำบาก
เขากล่าวเสริมว่า "ความลำบากของเทนนิสคือเมื่อคุณเจ็บ คุณจะไม่มีรายได้เลย และอันดับโลกของคุณก็ร่วงลงด้วย ซึ่งมันจำกัดความสามารถในการแข่งขันในอนาคต คุณไม่สามารถกลับมาเริ่มใหม่ได้ง่ายๆ" ปัจจุบันสวัสดิการประกันภัยทางการแพทย์ที่ครอบคลุมจะมีให้เฉพาะผู้เล่นใน 150 อันดับแรกของโลกเท่านั้น
ความเคลื่อนไหวของ USTA และข้อเรียกร้องจากผู้เล่น
สมาคมเทนนิสแห่งสหรัฐอเมริกา (USTA) เริ่มขยับตัวด้วยการจัดสรรงบประมาณ 2 ล้านดอลลาร์สำหรับโครงการสนับสนุนผู้เล่นใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกองทุนเงินรางวัลรวม 108 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ การเคลื่อนไหวนี้ช่วยลดความตึงเครียดและทำให้แผนการบอยคอตสื่อของนักกีฬาถูกยกเลิกไปชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม กลุ่มตัวแทนนักกีฬยังคงเรียกร้องให้ Grand Slam ทั้ง 4 รายการเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ให้แก่ผู้เล่นเป็น 22% จากเดิมที่อยู่ประมาณ 15% เพื่อสร้างระบบการเงินที่ยั่งยืนกว่าเดิม McDonald มองว่านักกีฬาเป็นสินทรัพย์ที่ถูกประเมินค่าต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับรายได้จากการถ่ายทอดสดและการพนันที่พวกเขาสร้างให้แก่วงการ
เขาทิ้งท้ายถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า "ถ้าคุณเห็นสิ่งที่เราต้องเจอในแต่ละวัน มันค่อนข้างตลกนะ ปีนี้ผมทำกระเป๋าหายหลายครั้งและต้องบินไปทั่วโลกโดยไม่มีสมบัติอะไรเลย ถ้าคุณลงจากกงล้อหนูนี้คุณก็ไม่มีเงิน แต่ถ้าคุณยังอยู่บนกงล้อ คุณก็ต้องไปต่อเรื่อยๆ มันค่อนข้างโหดร้าย"