ฟอร์มูลาวัน

FIA ปรับเกณฑ์เครื่องยนต์ F1 ปี 2027-2028 หลังนักขับวิจารณ์ระบบจัดการพลังงานไฟฟ้า

FIA ประกาศปรับแผนเครื่องยนต์ F1 ปี 2027-2028 โดยเพิ่มกำลังเครื่องยนต์สันดาป (ICE) เป็น 60% เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในรอบ Qualifying พร้อมเปิดทางให้ Honda และผู้ผลิตที่ตามหลังสามารถอัปเกรดเครื่องยนต์และเพิ่มงบประมาณการพัฒนาได้

FIA ปรับเกณฑ์เครื่องยนต์ F1 ปี 2027-2028 หลังนักขับวิจารณ์ระบบจัดการพลังงานไฟฟ้า

FIA ยอมรับแผนปรับอัตราส่วนกำลังเครื่องยนต์ ICE เพิ่มขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการขับขี่ในรอบ Qualifying

สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ (FIA) บรรลุข้อตกลงในการปรับเปลี่ยนแผนผังการออกแบบเครื่องยนต์ Formula 1 สำหรับฤดูกาล 2027 และ 2028 เพื่อตอบสนองต่อข้อร้องเรียนด้านเทคนิคจากเหล่านักขับ โดยประเด็นหลักอยู่ที่การจัดการพลังงานไฟฟ้าที่ส่งผลกระทบต่อสมรรถนะการทำความเร็วสูงสุดในรอบจัดอันดับ (Qualifying)

ภายใต้กฎระเบียบเดิมที่มีการกำหนดสัดส่วนกำลังระหว่างเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และระบบไฟฟ้าไว้ที่เกือบ 50-50 ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ที่นักขับต้องถอนคันเร่ง (Lift and coast) ในช่วงทำความเร็วเพื่อชาร์จพลังงานกลับเข้าสู่ระบบ ซึ่งขัดต่อหลักการขับขี่แบบ 'Flat-out' หรือการเหยียบเต็มกำลังตลอดทั้งรอบ โดยเฉพาะรถหมายเลข 1 (คะแนนสะสมปัจจุบัน: N/A) ที่เคยแสดงท่าทีคัดค้านอย่างรุนแรงถึงขั้นขู่จะอำลาวงการหากไม่มีการแก้ไขโครงสร้างทางวิศวกรรมนี้

รายละเอียดการปรับเพิ่มกำลังเครื่องยนต์และอัตราการชาร์จพลังงาน

ข้อตกลงใหม่จะแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ เพื่อเพิ่มสัดส่วนกำลังจากเครื่องยนต์สันดาปให้กลับมาอยู่ที่ 60-40 ภายในปี 2028 โดยมีรายละเอียดทางเทคนิคดังนี้:

  • ระยะที่ 1 (ปี 2027): ปรับเพิ่มอัตราการไหลของเชื้อเพลิง (Fuel-flow) ขึ้น 5% ส่งผลให้กำลังจาก ICE เพิ่มขึ้นเป็น 420kW (563bhp) และปรับสัดส่วนกำลังเป็น 58-42
  • ระยะที่ 2 (ปี 2028): ปรับเพิ่มอัตราการไหลของเชื้อเพลิงรวมเป็น 13% ดันกำลัง ICE ขึ้นสู่ระดับ 450kW (603bhp) เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสัดส่วน 60-40
  • การจัดการพลังงานไฟฟ้า: ลดกำลังขับเคลื่อนจากส่วนไฟฟ้าลงเหลือ 300kW แต่เพิ่มขีดความสามารถในการชาร์จพลังงานกลับ (Harvesting power) เป็น 375kW ในปี 2027 และ 400kW ในปี 2028 เพื่อลดระยะเวลาที่รถต้องอยู่ในสภาวะ 'Energy starved'

การประเมินประสิทธิภาพและเพดานงบประมาณ (Cost Cap)

นอกเหนือจากการปรับโครงสร้างเครื่องยนต์ FIA ยังได้แจ้งผลการจัดอันดับสมรรถนะเครื่องยนต์ (Engine Performance Ranking) ให้กับผู้ผลิตแต่ละรายทราบ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อสิทธิในการอัปเกรดภายใต้กฎการควบคุมต้นทุน:

  • Red Bull: ถูกระบุว่าเป็นผู้ผลิตที่มีเครื่องยนต์สันดาปทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน
  • Honda: มีรายงานว่ามีสมรรถนะตามหลังผู้นำมากกว่า 10% ส่งผลให้ได้รับสิทธิพิเศษในการเพิ่มงบประมาณภายใต้ Cost Cap สูงถึง 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อใช้ในการพัฒนาไล่ตามคู่แข่ง
  • Mercedes: ได้รับสิทธิในการอัปเกรดเครื่องยนต์ 1 ครั้งในฤดูกาลนี้และอีก 1 ครั้งในปีหน้า
  • Ferrari, Audi และ Honda: ได้รับสิทธิอัปเกรด 2 ครั้งต่อฤดูกาล ทั้งในปีนี้และปี 2027 เนื่องจากมีช่องว่างด้านสมรรถนะเกิน 2% เมื่อเทียบกับเกณฑ์มาตรฐาน

การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ถือเป็นการประนีประนอมหลังจาก Ferrari และ Audi ได้คัดค้านการปรับเปลี่ยนแบบขั้นตอนเดียวในปี 2027 โดย FIA มั่นใจว่าการเพิ่มกำลังเครื่องยนต์สันดาปจะช่วยให้การแข่งขันในรอบ Qualifying กลับมาดุเดือดอีกครั้ง โดยไม่ทำลายความน่าตื่นเต้นของรูปแบบการแข่งที่เน้นประสิทธิภาพพลังงานสะอาดตามทิศทางใหม่ของวงการ

# ฟอร์มูลาวัน# Energy Management# Engine Regulations 2026# F1 Cost Cap# FIA# Internal Combustion Engine

กองบรรณาธิการ GoGoalHub

บทความนี้เขียนโดยใช้ AI ช่วย และตรวจทานโดยกองบรรณาธิการ GoGoalHub
เข้ากลุ่มบอลโลก Telegram
ดูบอลสดที่ GoGoalStream