การปรับโครงสร้างทางเทคนิคและปฏิทินการแข่งขัน Formula E Season 13
การแข่งขัน Formula E กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในฤดูกาลที่ 13 ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนธันวาคมนี้ โดยมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกลศาสตร์และอากาศพลศาสตร์ผ่านรถแข่ง Gen4 รุ่นใหม่ที่มีขนาดตัวถัง 5540 x 1790 มม. ซึ่งใหญ่กว่ารุ่น Gen3 อย่างเห็นได้ชัด การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของภาพลักษณ์ แต่เป็นการปรับปรุงเพื่อรองรับความเร็วสูงสุดที่เพิ่มขึ้นเป็น 335 กม./ชม. (208 ไมล์ต่อชั่วโมง)
ในเชิงวิศวกรรม ระบบ Attack Mode ของรถ Gen4 จะได้รับการอัปเกรดให้จ่ายกำลังไฟได้สูงถึง 600kW ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนถึง 71% การเพิ่มขึ้นของค่าพลังงานนี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตราการเสื่อมสภาพของยาง (Tire Degradation) และภาระของระบบจัดการความร้อนในแบตเตอรี่ ทำให้ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบสนามแข่งจาก Street Circuit ขนาดเล็ก ไปสู่สนามระดับ Grand Prix ที่มีความกว้างและระยะทางตรงยาวขึ้นเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด
เปิดตัวรูปแบบการแข่งใหม่ "Unleashed" และสนามระดับตำนาน
ไฮไลต์สำคัญของฤดูกาลนี้คือการนำระบบ Sprint Race มาใช้ภายใต้ชื่อ "Unleashed" ซึ่งเป็นการแข่งขันระยะสั้น 30 นาที โดยไม่มีข้อบังคับเรื่องการเข้าพิตเพื่อเติมพลังงาน (Pit Boost Stop) รูปแบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักแข่งสามารถรีดสมรรถนะของรถออกมาได้เต็มที่โดยไม่ต้องพะวงเรื่องการบริหารจัดการพลังงานแบตเตอรี่ในระยะยาว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่คล้ายคลึงกับ Sprint Race ในศึก Formula 1








