บทวิเคราะห์ความล้มเหลวของอัตราการไหลเวียนในสนาม Berlin E-Prix
จากการตรวจสอบข้อมูลหลังการแข่งขันที่สนาม Berlin E-Prix พบว่าสภาวะการแข่งขันไม่ได้สะท้อนถึงประสิทธิภาพสูงสุดของอากาศพลศาสตร์ แต่กลับกลายเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่บิดเบี้ยว โดยรถหมายเลข 16 (24 แต้ม) ได้ออกมาแสดงทัศนะเชิงลบต่อรูปแบบการขับขี่ที่คล้ายกับ "ขบวนรถขนส่ง" (Convoy) ซึ่งส่งผลกระทบต่อความแม่นยำในการทำเวลาต่อรอบ
ในรายการ Double-header ที่ประเทศเยอรมนีที่ผ่านมา ข้อมูลจากเซ็นเซอร์ระบุว่ามีผู้ขับขี่หลายรายจงใจลดระดับความเร็วเพื่อสละตำแหน่งในสนาม (Track Position) โดยมีวัตถุประสงค์เพียงเพื่อลดค่า Energy Consumption และอาศัยแรงต้านอากาศที่ต่ำลงจากการตามหลังคันหน้า ซึ่งพฤติกรรมนี้ส่งผลให้เกิดการกระจุกตัวของกลุ่มรถอย่างผิดปกติ
กลยุทธ์การบริหารต้นทุนพลังงานที่ส่งผลต่อความปลอดภัย
ภายหลังจากรถหมายเลข 51 (18 แต้ม) ประสบความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์ประหยัดพลังงานจนคว้าชัยชนะในวันเสาร์ ผู้ขับขี่รายอื่นรวมถึงรถหมายเลข 9 (72 แต้ม) ผู้ชนะในวันอาทิตย์ ถึงกับยอมรับว่าได้ทำการ Underperform ในช่วง Qualifying เพื่อให้ได้ออกตัวจากแถวหลัง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นไปที่การรักษาระดับแรงดันไฟในแบตเตอรี่มากกว่าการทำความเร็วสูงสุดตามกฎ FIA Sporting Code
สภาวะดังกล่าวส่งผลให้เกิดดัชนีความเสี่ยงที่สูงขึ้นในช่วง 1 ใน 3 ของระยะทางการแข่งขัน นำไปสู่รายการความเสียหายของอุปกรณ์ (Technical Infractions) ดังนี้:
- การปะทะกันสี่คันในช่วงต้นของการแข่งขัน ซึ่งรวมถึงรถหมายเลข 16 (24 แต้ม)
- ความเสียหายบริเวณปีกหน้าของรถหมายเลข 37 (121 แต้ม) จากทีม Jaguar TCS Racing (เดิมสังกัด Envision Racing)
- การสูญเสียประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์จากการสัมผัสกันในกลุ่ม Peloton
ทัศนะเชิงเทคนิคจากมุมมองของผู้ขับขี่
รถหมายเลข 16 (24 แต้ม) อดีตแชมป์ฤดูกาล 2015-16 ให้สัมภาษณ์กับ Motorsport.com โดยระบุว่าเลย์เอาต์ของสนามใน Berlin เมื่อผนวกกับข้อกำหนดด้านการประหยัดพลังงานที่เข้มงวดเกินไป ได้ทำลายตรรกะของการแข่งขัน "มันเกินขอบเขตที่เหมาะสม การขับตามกันเป็นขบวนนานกว่า 20 นาที ย่อมนำไปสู่การปะทะซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น"
ในขณะเดียวกัน รถหมายเลข 33 (12 แต้ม) จากทีม ERT Formula E Team (เดิม Cupra Kiro) ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเชิงลึกโดยอ้างเหตุผลด้านความสัมพันธ์ทางการเมืองในพาร์ทเนอร์ชิพ แต่ยอมรับว่ารูปแบบการแข่งเช่นนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาพึงพอใจ
บทสรุปด้านโลจิสติกส์และการจัดการ
ทางด้านรถหมายเลข 21 (0 แต้ม) จากทีม Mahindra Racing ซึ่งมีส่วนพัวพันในอุบัติเหตุร่วมกับรถหมายเลข 16 และรถหมายเลข 48 (29 แต้ม) ระบุว่าช่วง 12 ลับแรกนั้นมีความหนาแน่นของข้อมูลและการจราจรที่จัดการได้ยากยิ่ง (Tricky Racing) ซึ่งในมุมมองของนักตรวจสอบบัญชีการแข่งขัน นี่คือความสูญเปล่าของทรัพยากรที่ควรจะถูกใช้ไปกับการทำ Sector Times ให้ดีที่สุด มากกว่าการรอคอยจังหวะ Attack Mode เพียงอย่างเดียว