เมื่อ 'ม้าลำพอง' โดนสกัดดาวรุ่ง: กฎใหม่ที่ทำเอา Ferrari หน้าตึง
ปกติแล้วในหน้าประวัติศาสตร์ F1 ทีมอย่าง Ferrari มักจะถูกมองว่าเป็นลูกรักที่ได้รับผลประโยชน์จากองค์กรควบคุมกฎระเบียบอยู่บ่อยครั้ง แต่สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ บอกเลยว่า 'พี่ม้า' ของเราโดนกระทำชำเราทางความรู้สึกเข้าอย่างจัง
การก้าวเข้าสู่ปี 2026 ของ F1 มาพร้อมกับการเปลี่ยนสูตรขุมพลังแบบยกแผง โดยเน้นไปที่การแบ่งสัดส่วนพลังงานไฟฟ้ารวมกับพลังงานเชื้อเพลิงแบบครึ่งต่อครึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ารถแข่งแต่ละคันต้องเผชิญกับการปรับจูนที่ปวดตับ และเครื่องเคราของแต่ละทีมก็เริ่มมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไป
จุดพีคอยู่ตรงที่ Ferrari ดันทำการบ้านมาดี (เกินไป) พวกเขาเลือกใช้เทอร์โบขนาดเล็กที่ทำให้รถพุ่งทะยานออกตัวได้แรงทะลุนรกทันทีที่ไฟเขียวสว่างขึ้น ทิ้งห่างคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นในช่วงเริ่มเกม
เมื่อความเร็วกลายเป็นความผิด: FIA ยื่นมือช่วยทีมอื่น
ในขณะที่ Ferrari กำลังยิ้มกริ่ม เพื่อนร่วมกริตที่เหลือกลับต้องกุมขมับเพราะเจอปัญหาเรื่องการรีดพลังงานในช่วงออกตัว ผลที่ตามมาคือ FIA ตัดสินใจแก้เกมด้วยการเพิ่มเวลาให้ทีมอื่นๆ ได้ชาร์จเทอร์โบในช่วงก่อนเริ่มการแข่งขัน ซึ่งการขยับหมากครั้งนี้เหมือนเป็นการตบหน้า Ferrari ฉาดใหญ่ เพราะมันไปลบจุดแข็งที่พวกเขาอุตส่าห์ยอมแลกมา
ต้องเข้าใจก่อนว่า ความเร็วตอนออกตัวของ Ferrari ไม่ได้มาฟรีๆ พวกเขาต้องยอมเสียสละจังหวะการทำความเร็วต่อเนื่องตลอดทั้งการแข่งขัน (Race Pace) เพื่อแลกกับความจัดจ้านในช่วงสั้นๆ ตามสไตล์ที่พวกเขาถนัดมาตลอดหลายปี
Fred Vasseur ออกโรงฉะ: "นี่มันไม่แฟร์!"
เมื่อทีมโดนตัดขา Fred Vasseur บอสใหญ่ของทีมก็ไม่อยู่เฉย ออกมาแฉว่าเรื่องนี้มีการคุยกันมาเป็นปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ Ferrari ตัดสินใจเลือกใช้เทอร์โบแบบนี้
"ลองจินตนาการดูนะ ถ้าไม่มีไอ้ไฟสีน้ำเงินนั่น (ระบบไฟใหม่ที่เปิดโอกาสให้ไดรเวอร์ปั่นเทอร์โบก่อนออกตัว) รถบางคันอาจจะยังจอดนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ที่กริตในประเทศ China เลยมั้ง" Fred Vasseur จิกกัดแบบแสบๆ คันๆ
เขากล่าวเสริมว่า "คุณจะอ้างเรื่องความปลอดภัยก็ได้ ซึ่งมันเป็นสิทธิ์ของ FIA และผมก็ต้องยอมรับ แต่มองมุมไหนมันก็ไม่ยุติธรรมกับเราเลย ผมเคยไปคุยกับ FIA เมื่อปีที่แล้ว ทั้งใน SAC (Sporting Advisory Committee) และ PUAC (Power Unit Advisory Committee)"
"ตอนนั้นผมประทับใจคำตอบของ FIA มากนะที่บอกว่า 'คุณต้องออกแบบรถตามกฎ ไม่ใช่มาแก้กฎให้เข้ากับรถคุณ' ซึ่งมันเป็นแนวคิดที่หล่อมาก แต่พอมีทีมสัก 40% ในกริตเริ่มโวยวายว่ามันอันตรายอย่างงั้นอย่างงี้ กฎก็เปลี่ยนซะงั้น ในแง่การเมืองถือว่าเดินเกมกันเก่งนะ แต่มันไม่แฟร์ว่ะ"
สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงของ Ferrari
การโดนปรับกฎครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างจัง ในขณะที่ McLaren กำลังไล่จี้ตูดมาติดๆ Ferrari เสี่ยงมากที่จะเสียอันดับสองในตารางคะแนน และอาจจะร่วงยาวถ้าไม่มีการอัปเกรดรถที่เห็นผลทันตา
ในเมื่อ FIA ไม่คิดจะยื่นมือมาช่วย แถมยังซ้ำเติมกันแบบนี้ Ferrari ก็คงทำอะไรไม่ได้มากกับเรื่องเทอร์โบที่เลือกไปแล้วในปีนี้ นอกจากต้องก้มหน้าก้มตาซิ่งแก้เผ็ดกันต่อไปในแทร็ก!