เมื่อความเร็วไม่ใช่แค่เรื่องของเท้าขวา: FIA ยอมปรับเกณฑ์พลังงานใหม่
ในที่สุด FIA ก็ทนเสียงบ่นไม่ไหว ต้องออกมาคอนเฟิร์มการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบสำหรับการแข่งขัน Formula One ฤดูกาลปัจจุบันแบบสดๆ ร้อนๆ หลังจากโดนเหล่านักขับรุมสับเรื่องความปลอดภัยและกฎเกณฑ์ใหม่ที่ชวนปวดหัว โดยเฉพาะประเด็นการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management) ที่กลายเป็นดราม่าร้อนฉ่าตลอด 3 สนามแรกของปีนี้
หลังจากล้อมวงคุยกันมาสองรอบนับตั้งแต่จบรายการที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเหล่าบิ๊กบอสทั้งจาก FIA, บรรดา Team Principals, ผู้ผลิตเครื่องยนต์ และ Stefano Domenicali ซีอีโอของ F1 ก็ได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการ ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงแค่รอการอนุมัติขั้นสุดท้ายจาก World Motorsport Council ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นก่อนล้อหมุนที่ Miami ในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้
Max Verstappen กับอาการ 'เซ็งเป็ด' และปัญหาเรื่องไฟฟ้า
ชนวนเหตุสำคัญมาจากความไม่พอใจของนักขับหลายคนต่อสัดส่วนพลังงานที่ตอนนี้แบ่งกันแบบ 50-50 ระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและพลังงานไฟฟ้า จนกลายเป็นว่าการจะวิ่งให้เร็วหนึ่งรอบสนามต้องมาพะวงเรื่องการชาร์จและการปล่อยไฟ จน Max Verstappen แชมป์โลก 4 สมัยถึงกับออกอาการนอยด์จัด และเปรยๆ ว่าอาจจะพิจารณาอนาคตของตัวเองใน F1 เลยทีเดียวถ้าการแข่งมันจะกลายเป็นเกมวางแผนประหยัดไฟแบบนี้
นอกจากเรื่องความสนุกแล้ว ความปลอดภัยก็เป็นเรื่องใหญ่ เพราะ Oliver Bearman เพิ่งจะไปจิ้มกำแพงที่ Suzuka มาหมาดๆ สาเหตุส่วนหนึ่งก็มาจากความเร็วที่ต่างกันเกินไปของรถแต่ละคันที่กำลังสลับโหมดจัดการพลังงานในจุดเดียวกันบนแทร็ก ซึ่งมันอันตรายระดับห้าดาว
ผ่าตัดด้วยมีดหมอ: เจาะลึกการปรับกฎแบบ 'ไม่รื้อแต่แก้'
การปรับกฎครั้งนี้ไม่ใช่การโละทิ้งแล้วเขียนใหม่ แต่เป็นการ 'ศัลยกรรมตกแต่ง' เพื่อให้ชีวิตนักขับง่ายขึ้น โดยมี 2 จุดใหญ่คือ:
- ในรอบ Qualifying: ลดขีดจำกัดการชาร์จไฟต่อรอบจาก 8 เมกะจูล เหลือ 7 เมกะจูล เพื่อให้นักขับกดคันเร่งมิดไมล์ได้เต็มรอบโดยไม่ต้องมานั่งกั๊กพลังงานไว้ใช้แท็กติก
- บอกลา Lift and Coast: จากเดิมที่นักขับต้องถอนคันเร่งเพื่อประหยัดไฟ (ซึ่งน่าเบื่อสุดๆ) FIA ได้เพิ่มขีดจำกัดการชาร์จไฟจาก 250kW เป็น 350kW ในช่วง Super Clipping (การปั่นไฟตอนเหยียบคันเร่งมิด) ซึ่งจะช่วยให้รถมีไฟพอจนไม่ต้องไปถอนคันเร่งช่วงปลายทางตรงอีกต่อไป
เซฟตี้ต้องมาก่อน และความเห็นจากบิ๊กบอส
เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องความเร็วที่ต่างกันเกินไปจนอาจเกิดอุบัติเหตุ FIA ได้จำกัดเพดานการใช้ Boost Power ไว้ที่ 150kW เพื่อป้องกันไม่ให้รถพุ่งเข้าหากันเร็วเกินไปในจุดที่ไม่คาดคิด นอกจากนี้ยังมีระบบไฟเตือนสำหรับรถที่ออกตัวช้า และการปรับจูนพลังงานไฟฟ้าสำหรับการแข่งในสนามที่เปียกแฉะเพื่อให้ควบคุมรถได้ปลอดภัยขึ้น
ทางด้าน Mohammed Ben Sulayem ประธาน FIA เผยว่านี่เป็นการร่วมมือที่สร้างสรรค์มาก และย้ำว่าความปลอดภัยต้องมาคู่กับความยุติธรรม ขณะที่ Toto Wolff บอสใหญ่ของ Mercedes ก็ให้ความเห็นสุดคมว่า การแก้ปัญหาครั้งนี้เหมือนการใช้ "มีดหมอค่อยๆ ผ่าตัด มากกว่าจะใช้ไม้เบสบอลฟาดลงไป" ซึ่งเขามั่นใจว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายหลังจากผ่านไปเพียง 3 เรซเท่านั้น